what do you think..?




....เกี่ยวกับกระแสข่าวในวงการแพทย์



เปิดใจคุยกับหมอ หรือว่าคนใกล้ตัวของผู้เขียนเกี่ยวกับชีวิต การทำงาน และประเด็นข่าวที่อาจเกิดขึ้นมาบ่อยครั้งซึ่งในปัจจุบันส่งผลทำให้วงการแพทย์เสื่อมเสีย แต่เรามักจะมองในมุมมองของสื่อมากกว่าคนที่อยู่ในวิชาชีพนั้นๆ ครั้งนี้ผู้เขียนจึงนำบทสัมภาษณ์ของคุณหมอทั้ง 2 ท่านมาฝากให้ผู้อ่านทุกๆ คนค่ะ

ท่านแรก คือ นายแพทย์สิทธิชัย ศิริพรพาณิชย์  (คุณหมอ)

(ไม่มีรูป)
ท่านที่สอง คือ แพทย์หญิงสุธิดา ศิริพรพาณิชย์ (หมอหญิง)


Q : ความคิดที่อยากเป็นแพทย์ ประวัติการทำงาน และประสบการณ์ที่ผ่านมา


คุณหมอ : ที่อยากเป็นแพทย์เพราะมีความตั้งใจแต่เด็กมากกว่าการกระแสนิยม เป็นความชอบที่ได้รักษา  ช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วย ประวัติการทำงาน ช่วงแรกเริ่มหลักเรียนจบใหม่ๆ ก็ทำงานในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเปิดคลินิกส่วนตัว ระยะเวลาการทำงาน 40 ปี 

หมอหญิง : อยากเป็นหมอเพราะว่าหมอเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง ได้ทำงานรักษาผู้ป่วย ช่วยเหลือสังคม
ประวัติการทำงาน เป็นอาจารย์แพทย์อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ และก็ทำงานในคลินิกร่วมด้วย ระยะเวลาการทำงาน 14 ปี

Q : หมอเป็นอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง และก็มีความเสี่ยงมาก คิดว่าความเสี่ยงของอาชีพนี้มีอะไรบ้างคะ

คุณหมอ : ความเสี่ยงมีอยู่ในทุกวินาที เพราะชีวิตคนไข้อยู่ในมือเรา คือการทำการรักษาอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ 

หมอหญิง : ความเสี่ยงของหมอ คือ เรื่องของผลการรักษาและการถูกฟ้องร้อง

Q : ความแตกต่างของการทำงานในโรงพยาบาลและคลินิก

คุณหมอ : คลินิกเปรียบเหมือนด่านคัดกรองผู้ป่วยของโรงพยาบาล หากผู้ป่วยที่อาการไม่มากจะสามารถทำการรักษาได้ การทำงานก็จะง่ายไม่ยุ่งยากเช่นในโรงพยาบาล

หมอหญิง : การทำงานในคลินิกจะได้อยู่ใกล้คนไข้มากกว่าในโรงพยาบาล คนไข้ที่มีอาการไม่หนักมากก็มักจะเข้ารับการรักษาจากคลินิก การทำงานก็จะคล้ายๆ กันค่ะ

Q : คิดอย่างไรที่ว่าคลินิกส่วนมากมีการเลี้ยงไข้ผู้ป่วย หรือ คิดค่ายา ค่ารักษาเพื่อเอากำไรที่เกินควร

คุณหมอ : หมอคิดว่าคลินิกรักษาโรคทั่วไปไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว อาจจะเกิดขึ้นได้ในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าของกิจการนั้นๆ 

หมอหญิง : การเลี้ยงไข้ แพทย์ส่นใหญ่ไม่มีนะคะ อยากให้คนไข้หายเร็วๆ บางครั้งค่าใช้จ่ายที่คนไข้มาคลินิกถูกกว่าในโรงพยาบาล ยกเว้นคลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกเสริมความงาม

Q : มีความคิดเห็นอย่างไรกับข่าวของการ Selfie ของหมอขณะปฎิบัติงานในห้องผ่าตัด

คุณหมอ :  การถ่ายภาพควรเป็นไปเพื่อการรักษามากกว่าเพื่อความบันเทิง ซึ่งหมอคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้วครับ

หมอหญิง : ข้อนี้หมอคิดว่ามันต้องขึ้นอยู่กับว่า Selfie ตอนไหนเช่น ถ้าหลังผ่าตัดเสร็จก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าในขณะผ่าตัดก็ไม่ควรนะคะ

Q : จริงหรือไม่ที่ว่า หมอในคลินิกเสริมความงามไม่จำเป็นต้องจบด้านเฉพาะทางก็สามารถปฎิบัติงานได้

คุณหมอ : หมอคิดว่าบางโรคที่มีการักษาไม่ซับซ้อนมากมากนั้น ก็อาจจะสามารถใช้การอบรม เหมือนผู้ช่วยพยาบาลได้ แต่สำหรับเครื่องมือบางชนิดก็ไม่สามารถทำได้หากไม่จบด้านเฉพาะทาง

หมอหญิง : อย่างไรก็ตามเนื่องจากหมอ Skin ที่ถูก Training จริงๆ มีน้อยมาก ในปัจจุบันคลินิกประเภทนี้มีเพิ่มขึ้น อาจแก้ไขได้ดดยการฝึกอบรมแก่แพทย์เวชปฏิบัติที่ทำการรักษาก่อน เช่น course botox , filler เป็นต้นค่ะ

เมื่อได้ฟังความคิดเห็นแบบนี้อาจจะทำให้เรามองมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากสื่อที่นำเสนอกันอย่างมากมายในโลกปัจจุบัน ผู้เขียนอยากจะฝากให้ทุกๆ คนได้วิเคราะห์สิ่งที่ได้รับอย่างละเอียดนะคะ


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น