One day in April



"ปลายทางนั้นสำคัญ ระหว่างทางนั้น..ก็สำคัญ"
จากหนังสือเล่มโปรดของฉัน

something sometime somewhere everyday 2



ชีวิตมันก็คือการเดินบนเส้นทางต่างๆผ่านช่วงเวลาหนึ่งและเวลาก็ผ่านไปไว้ไว้หมือนโกหกอย่างที่หลายคนเคนว่ากันไว้ ย้อนกลับไปเมื่อ 19 ปีที่แล้ววันนึงในเดือนเมษายนกลางฤดูร้อนที่อบอ้าว...นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางเริ่มนับถอยหลังและออกเดินทางไปพร้อมๆกันนะ
                                                   


ทางที่ถูกกำหนด...

จากโรงพยาบาลในกรุงเทพสู่บ้านสวนหลังหนึ่งในจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย "สมุทรสงคราม" และเริ่มต้นการใช้ชีวิตที่นี้กับครอบครัว เริ่มเข้าเรียนอนุบาลที่โรงเรียนแม้ว่าในตอนนั้นไม่เคยจำอะไรได้เลยด้วยซ้ำไปว่าในวันๆหนึ่งมีเพื่อนกี่คน คุณครูชื่ออะไร มีแต่ร้องไห้งอแง วิ่งหนีออกจากห้องเรียน ออดอ้อนแม่ให้ไปนั่งเฝ้าที่โรงเรียนทุกวัน หลังจากนั้นก็คงต้องเป็นตอนประถมล่ะสินะเรียนในโรงเรียนติดๆกันนั่นแหละ เป็นเด็กที่ถูกเพื่อนผู้ชายแกล้งเป็นประจำ ร้องไห้โวยวายได้ทั้งวัน ถ้าให้แข่งขัน รับรองได้ว่าต้องเป็นที่1ในโรงเรียนอย่างแน่นอน เรื่องราวตอนประถมก็สนุกแบบเด็กๆวิ่งเล่นในโรงเรียนในเส้นทางที่ทุกคนถูกกำหนดมาเหมือนๆกันและดูเหมือนจะเป็นเวลาที่มีความสุขและหมุนช้ากว่าการเดินทางในช่วงอื่นๆ


เดินหลงทาง...

มาถึงตอนนนี้เริ่มเดินหลงทางแล้วสินะ ช่วงเวลาที่เราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่่างไม่รู้ตัว "มัธยมต้น" ช่วงนี้ไม่ว่าอะไรๆก็เพื่อนไปหมด ทำตามๆกันในเรื่องที่ไม่ดีทั้งนั้น โดดเรียน ลอกการบ้าน เข้าห้องสอบช้่า เอะอะอะไรมีค่ายตลอดตัวไม่ติดบ้าน บอกแม่ว่าทำรายงานเป็นประจำแต่ไม่เคยทำเสร็จซะที ดื้อแบบสุดติ่ง เชื่อเหอะ!ใครๆก็เป็น แต่แล้วในที่สุดสาก็ต้องพบเจอกับทางที่ไม่ต้องการเข้าจนได้


ทางที่ไม่ได้เลือก...

มัธยมปลาย...เส้นทางที่ไม่ได้เลือก ไม่อยากเลือก เพราะการเดินหลงทางเพียงช่วงๆนึงทำให้แม่ตัดสินใจส่งเข้าเรียนในโรงเรียนหญิงล้วน สาเป็นคนคริสต์ การเข้ามาอยู่ที่นี้ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าจะต้องเจอกับอะไรบาง ก่อนเข้ามาอยู่ที่นี้ทุกคนต้องทำสัญญาครั้งแรกในห้องซิสเตอร์อธิการ ในสัญญาห้ามนู้น ห้ามนี่ ประเด็นอยู่ที่ ห้ามมีแฟนด้วย โรงเรียนที่มีผู้บริหารและครูเป็นผู้หญิงเกือบทั้งหมด มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว กล้องวงจรเปิดติดอยู่ที่ประตูพร้อมยามผู้หญิงทึกอีก1คนเข้าแถว7:40 เลิกเรียนและเรียนพิเศษต่อจนถึง5โมง นั้นอาจดูธรรมดาๆสำหรับหลายๆคน ลองอ่านต่ออีกนิดจะได้เข้าใจกันมากขึ้น ทุกๆเช้าต้องรีบกินข้าวหน้าร.รอย่างรวดเร็วเพราะคุณครูเดินตรวจเป็นประจำ เมื่ออยู่ใกล้ร.ร.แม้ยังไม่ได้เข้ารั้วการแต่งการต้องถูกต้อง ถักเปียแสกกลางติดกิ๊บผูกโบว์สีขาว กระโปรงยาววัดจากเข่าลง7ซม. นั่งพับเพียบตลอดเวลาที่ผู้ใหญ่ให้โอวาท และเพราะความเป็นหญิงล้วนจึงถูกสอนกริยามารยาทอยู่สม่ำเสมอ นั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่นะ สำหรับการเรียนต้องแข่งกับตัวเองเพราะที่นี่มีพ่อแม่เป็นเดิมพัน การได้เกรดน้อย หรือสอบตกมากว่า3วิชา หมายถึงพ่อแม่จะถูกเชิญมาพบกับซิสเตอร์ 
เริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในชั้นม.6 ในเดือนเมษายน แปลกใจล่ะสินะที่ร.ร.เปิดเรียนตอนเดือนเมษายน นั้นเพราะม.6 จะต้องสอบเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ร.ร.จึงในเปิดเรียนก่อนชั้นอื่นเพื่อจะได้ปิดเรียนในช่วงที่มีการสอบเข้ามหาลัย นี่ล่ะมั้งคงเป็น One day in April ที่ทำให้สาเปลี่ยนความคิดที่ผิดพลาดทุกอย่าง เลือกเดินทางที่ไม่ได้เลือกเองนี้อย่างดี อย่างน้อยมันก็สอนให้อดทนกับสิ่งที่เราไม่ชอบ สอนให้พยายามเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดี ถึงแม้มันอาจจะสายที่รู้สึกตัวช้า แต่มันก็ไม่สายไปกับเส้นทางอีกหนึ่งเส้นทางที่ได้เลือกเอง


ทางที่ถูกเลือก...

เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆมาถึงตอนนี้เข้าสู่ใจกลางเมือง บนทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน ทุกคนเดินไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมาย สำหรับสาเองก็เลือกเดินไปข้างหน้าบนทางที่ตนเองเลือกแล้ว ปัจจุบันก็เรียนอยู่ที่คณะศิลปสาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และที่นี้ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทางที่ถูกเลือกไปพร้อมกับเพื่อนๆอีก29คน





ในตอนนี้ตอนที่ระยะทางที่เดินผ่านมาเพิ่มมากขึ้น เราจะเห็นปลายทางอยู่ตรงหน้า

สา สุภิศรา พึ่งธรรม

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น